AudioFire Pre8 – AudioInterface ตัวใหม่จาก ECHO

1 Comment

ดูเหมือนจะห่างหายจากการออกสินค้าใหม่ไปนานสำหรับค่าย Echo นี้, ล่าสุด Echo ได้ประกาศเปิดตัวสินค้าใหม่ที่มีชื่อว่า AudioFire Pre8 แล้ว, โดยจุดเด่นของสินค้าตัวนี้อยู่ที่ จำนวนของช่องสัญญาณเข้า 8 ช่อง ที่ทำหน้าที่เป็น Preamp ในตัวนั่นเอง, เจ้าตัวนี้จะใช้การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ด้วย Firewire, สามารถทำงานได้ที่ความละเอียดสูงสุดที่ 96kHz/24-bits, โดยไม่เลือกค่าย OS นั่นคือ สามารถใช้งานได้ทั้ง Windows และ MacOS นั่นเอง

echo_afp8_thumb

สินค้าใหม่ตัวนี้ ได้ถูกประกาศเปิดตัวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา, โดย Echo ได้จั่วหัวข่าวว่า เป็น 16 in/ 16 out FireWire Audio Interface, AudioFire Pre8 จะให้คุณภาพของเครื่องมือทั้งตัว Hardware และ Software ในระดับเดียวกันกับ AudioFire รุ่นอื่นๆ ที่อยู่ในสายการผลิตเดียวกัน, แต่ได้เพิ่มเติมความสะดวกของการมี Preamp ให้มากถึง 8 ช่องด้วยกันนั่นเอง, ซึ่ง Echo อ้างว่า ด้วยคุณภาพของตัว Hardware นี้ นอกจากจะให้คุณภาพเสียงอันยอดเยี่ยมจาก Preamp รูปแบบเฉพาะของ Echo แล้ว (ใครๆ ก็โฆษณาว่า Preamp ของตัวเองเสียงดี ทุกทีเลย), ยังสามารถ Monitor เสียงขาเข้าที่ระดับ Latency ที่ต่ำมากๆ อีกด้วย, และการเชื่อมต่อด้วย Firewire นั่นก็หมายความว่าผู้ใช้ จะสามารถใช้งานได้ทั้ง กับ Desktop และ NoteBook

AudioFire Pre8 นี้ มีช่องต่อ Output เป็นหัว TRS 1/4″ Balanced จำนวน 8 ช่อง ซึ่งจะอยู่ด้านหลังของตัวเครื่อง, และด้านหน้าจะมีช่อง Output สำหรับ Headphone อีก 2 ช่อง, โดยที่ตัวเครื่องจะมีปุ่มหมุน 2 ปุ่ม เอาไว้สำหรับปรับ Volume ของ Main out และ Headphone (ไม่แน่ใจว่า Headphone Output 2 ช่องนั้น สามารถปรับแยกกันได้อิสระหรือเปล่า), นอกจากนั้นก็ยังมี Digital output ที่เป็น ADAT/SPDIF ให้อีกด้วย ซึ่งหมายความว่ารวมแล้วสูงสุดสามารถให้จำนวน Output ได้มากถึง 16 Output เลยทีเดียว (จากคำอธิบายไม่ได้ระบุว่า Headphone Out จะเป็นช่องที่ฟังแยกจาก Output หลัก และไม่ได้ระบุว่า ADAT/SPDIF ซึ่งเป็น Digital Out สามาถทำงานแยกจากกันได้)

echo_afp8

สำหรับช่อง Input นั้น จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นช่อง Analog Input 2 ช่องที่อยู่ด้านหน้า, อีก 6 ช่อง Analog Input ที่อยู่ด้านหลัง, และสุดท้ายก็คือ Digital Input (ADAT/SPDIF) ที่อยู่ด้านหลัง, ในส่วนของช่อง Input ที่อยู่ด้านหน้านั้น จะสามารถปรับแต่งได้มากกว่า เช่น ปรับ Low-Cut, Lo-Z สำหรับเครื่องดนตรี, จ่ายไฟ Phantom Power 48V ที่แยกอิสระจากช่องอื่นๆ, -20db Pad, หรือแม้แต่กลับเฟส, ในขณะที่อีก 6 ช่องด้านหลังนั้น จะยอมให้ปรับแต่ Gain และจ่ายไฟ Phantom Power 48V พร้อมกันทั้งหมด 6 ช่อง

ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง จะมี Midi I/O ให้ ซึ่งควรจะมีเป็นมาตรฐานสำหรับ audio interface ขนาดอย่างนี้, สิ่งที่สำคัญที่พลาดไม่ได้ (ซึ่งหลายยี่ห้ออาจจะตัดเอาส่วนนี้ออกไป) นั่นก็คือ Word Clock เอาไว้สำหรับ Sync Clock ให้เครื่องทุกเครื่องวิ่งพร้อมกัน, ถึงแม้ Audio Interface ยี่ห้ออื่นๆ อาจจะโฆษณาว่าสินค้าของตัวเองจะสามารถต่อพ่วงกันในแบบ Daisy Chain ได้, แต่ก็ยังมีข้อที่น่าสงสัยอยู่ดีว่าตัว Clock จะเที่ยงตรงแค่ไหน รวมทั้งหากต้องการต่อพ่วงกับระบบของคนอื่น จะทำให้ Clock วิ่งพร้อมกันได้อย่างไร, และสิ่งนี้ก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าทำไมสินค้าบางยี่ห้อถึงสามารถทำราคาที่ถูกกว่ายี่ห้ออื่นได้ ทั้งๆที่ให้จำนวน Input/Output มากมายก่ายกอง เกินกว่าที่ Home Studio ของคนๆเดียวจะใช้ครบหมด

AudioFire Pre8 รองรับทั้งระบบ ASIO, WDM, WaveRT, สามารถทำงานได้ทั้ง Windows XP, Windows Vista, และ Windows 7 รวมทั้ง Mac OSX (เวอร์ชั่น 10.3.9 หรือใหม่กว่า)

รายละเอียดสำคัญของเครื่อง

  • Hardware features
    • FireWire (IEEE 1394a) interface with 15′ cable
    • Brilliant™ Mic Preamps
      • THAT Corp Silicon
        • Isolation of discretes
        • Matching of monolithics
        • HIgh Slew Rate
      • Low Noise (-130 dBu EIN)
      • Crystal clear transparency
    • 2 Full Featured Mic/Line/Instrument Inputs
      • Mic phase, Impedance, Pad, Hi-Pass
      • Input Trim with 4-level LED meters
      • Individual +48v phantom power
      • 1/4″ Balanced Line inputs (TRS)
      • Direct Input high impedance switch
      • 1/4″ channel inserts
    • 6 Mic/Line inputs
      • Input Trim with 4-level LED meters
      • 48v phantom power
      • 1/4″ Balanced Line inputs (TRS)
    • S/PDIF I/O (coax and optical) at 24-bit/96 kHz
    • ADAT I/O
    • MIDI I/O
    • Sync via Word, ADAT, or S/PDIF
    • 2 Stereo headphone outputs with volume knob
    • Single rack space
    • Near zero latence hardware monitoring
  • Software features
    • Software console controls mixing and monitoring
    • Supports all major pro audio software:
      • Low Latency ASIO 2.0
      • CoreAudio & CoreMIDI

ต้องยอมรับแต่โดยดีว่า สินค้าของ Echo ถึงแม้จะถูกพูดกันในเรื่องของคุณภาพเสียงที่ยอมรับได้ ในราคาที่ประหยัดสุดคุ้ม, แต่การพัฒนาสินค้าที่ค่อนข้างขาดช่วงของทางบริษัท Echo เอง ทำให้ความสนใจของตลาดที่มีต่อยี่ห้อสินค้าลดลง ซึ่งทำให้เสียงแห่งความรู้สึกชื่นชมในคุณภาพของสินค้า น้อยกว่าสินค้ายี่ห้ออื่นๆ และจริงๆแล้วก็อาจจะเป็นปัญหาของผู้จัดจำหน่าย รวมไปถึงนโยบายทางการตลาดของบริษัท Echo เองด้วย, ตัวอย่างที่ดีสำหรับกรณีแบบนี้ก็คงจะเป็นยี่ห้อ ESI ที่เคยโด่งดังมากในตระกูล Waveterminal และ Wami ต่างๆ, ก็ดูเหมือนว่าจะหายไปจากตลาดเมืองไทยสักพัก และเมื่อเริ่มมีสินค้ากลับมาอยู่ในตลาดเมืองไทยอีกครั้ง ก็พบว่าสินค้าบางตัวของ ESI ที่น่าพูดถึง เติมเต็มช่องว่างของตลาด และสร้างความประทับใจให้แก่ตลาดได้ (เช่น MaXIO 032, MaXIO XD, หรือ EX8000) ก็เลิกสายการผลิตไปแล้ว

สำหรับผู้เขียนเอง ส่วนตัวแล้วก็ได้ยินชื่อเสียงของ Echo มานาน และก็ต้องยอมรับว่า Echo ยังมีเชื่อเสียงอยู่ ทั้งในแง่ของคุณภาพที่เชื่อถือได้ และคุณภาพที่เหมาะสมกับราคา, ส่วนเรื่องความทนทานของสินค้า ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด, ในส่วนของบริการหลังการขาย กลับไม่เป็นที่พูดถึงมากมายนัก ซึ่งนั่นก็คงจะเพราะว่าจำนวนผู้ใช้สินค้ายี่ห้อนี้ ค่อนข้างน้อย ซึ่งส่งผลให้เสียงความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องมีน้อยไปด้วยนั่นเอง

One Comment (+add yours?)

  1. qwerty
    Oct 22, 2009 @ 21:00:18

    “การพัฒนาสินค้าที่ค่อนข้างขาดช่วงของทางบริษัท Echo เอง ทำให้ความสนใจของตลาดที่มีต่อยี่ห้อสินค้าลดลง”

    เห็นด้วยเลยครับ
    ผมว่าข้อนี้แหล่ะที่เป็นปัญหาของสินค้า ไม่ว่าจะ Echo หรือ ESI
    ดูได้จากเรื่อง driver ของสินค้าเก่าๆ ที่ขาดการ update มานานแล้ว

Leave a Reply

Spam Protection by WP-SpamFree Plugin